สามประสาน MSN ฉลองซัลโวครบ 300 ตุง

 

    

    แนวรุกที่อันตรายที่สุดของยุคนี้ ใครก็ย่อมนึกถึงแนวรุกฉายา MSN นั่นคือชื่อย่อของยอดดาวยิงระดับพระกาฬของบาร์เซโลนา อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ หลุยส์ ซัวเรซ และเนย์มาร์ และประตูล่าสุดของซัวเรซ ในนัดเจอแอธเลติก บิลเบา ในศึกโกปา เดล เรย์ นอกจากจะเป็นประตูที่ 100 ของหัวหอกอุรุกวัยแล้ว ยังเป็นประตูที่ 300 ที่เกิดขึ้นของทั้งสามหัวหอกด้วย

นับตั้งแต่ ซัวเรซ ย้ายจากลิเวอร์พูลมาในปี 2014 เข้าร่วมทัพเดียวกับเมสซี่ สตาร์เบอร์หนึ่ง กับเนย์มาร์ ที่ย้ายมาก่อนหน้าเขาหนึ่งปี สามประสานแห่งถิ่นคัมป์ นู จัดการถล่มประตูคู่แข่งแทบทุกทีมอย่างต่อเนื่อง พาทีมกวาดแชมป์เรียบทุกรายการในช่วง 3 ปีนี้ ทั้งแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ 2 สมัย, ซุเปอร์โกปา 1 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย

สำหรับซัวเรซ เรียกได้ว่าเข้ามาเติมเต็มแนวรุกของบาร์ซ่า หลังจัดการยิงครบหลักร้อย จากการลงสนามเพียง 120 นัด นับเฉพาะในลาลีกา ยิง 68 ลูกจาก 78 นัด และเมื่อรวมกับอีกสองคนอย่างเนย์มาร์ (77 ประตู) และเมสซี่ (125 ประตู) ทำให้ตอนนี้สามประสาน MSN ยิงไปแล้วถึง 302 ประตู

และในฤดูกาลนี้ ทั้งเนย์มาร์ และซัวเรซ ตอบตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่อยู่ในถิ่นคัมป์ นู ไปถึงปี 2021 เป็นอย่างน้อย ขณะที่พี่ใหญ่อย่างเมสซี่ เหลือสัญญาถึงปี 2018 แต่คาดว่าเมสซี่น่าจะบรรลุข้อตกลงกับบาร์ซ่า อยู่โยงกับทีมระยะต่อไปอีกในเร็ววันนี้แน่นอน

อ้างอิงข้อมูลโดย Goalclub.TV

เส้นทางยอดกุนซือ“หลุยส์ ฟาน กัล”

 

    

   ไม่นานนี้ หลุยส์ ฟาน กัล ยอดกุนซือผู้เคยพาหลายทีมชั้นยอดในยุโรปกวาดแชมป์ ตกเป็นข่าวว่า ได้ประกาศวางมือจากงานโค้ช แต่สุดท้ายเจ้าตัวออกมาแก้ข่าวว่า ต้องการเวลาพักผ่อนก่อนจะหวนกลับมารับงานอีกครั้ง แต่กระนั้น ช่วงชีวิตของโค้ชชาวดัตช์ วัย 65 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วน ตลอด 26 ปี มีเรื่องราวใดที่น่าจดจำของผู้จัดการทีมกันบ้าง

ฟาน กัล เข้าสู่เส้นทางโค้ชในปี 1986 โดย งานแรกในฐานะผู้จัดการทีม คือ อาแจ็กซ์ ในปี 1991 ซึ่งเขาโด่งดังเป็นพลุแตก พาทีมกวาดแชมป์ทุกรายการ โดยเฉพาะการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 1995 พลิกเอาชนะเอซี มิลาน ปั้นนักเตะแจ้งเกิดเพียบทั้ง แพทริก ไคล์เวิร์ท, มาร์ก โอเวอร์มาร์สคลาเรนซ์ เซดอร์ฟ และ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ เป็นต้น

ฟาน กัล ย้ายไปรับงานใหญ่ เป็นกุนซือบาร์เซโลนา แม้พาทีมเป็นแชมป์ลา ลีกา 2 สมัยติดต่อกัน แต่เขากลับถูกวิจารณ์ในเรื่อง ความเจ้าระเบียบกับลูกทีม รวมทั้งยังฟาดปากกับสื่อมวลชนบ่อยครั้ง

ต่อมา ฟาน กัล ไปคุมทีมชาติฮอลแลนด์ แต่ล้มเหลวสิ้นเชิง หลังพา“อัศวินสีส้ม” ตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2002 และแม้จะกลับมา บาร์ซ่า อีกครั้ง แต่ก็ยังต่อยอดผลงานแย่ ทำ “เจ้าบุญทุ่ม” หล่นมาอยู่กลุ่มหนีตกชั้นจนกระเด็นตกเก้าอี้ในเวลาครึ่งปี

ทว่า “ฟ้าหลังฝน” ของฟาน กัล ก็สว่างสดใสขึ้นมา เขากู้ชื่อด้วยการคุม อาแซด เป็นแชมป์ลีกดัตช์ในปี 2009 จน บาเยิร์น มิวนิค ดึงตัวเขามาร่วมงาน เพียงฤดูกาลแรกเขาก็พา “เสือใต้” คว้าดับเบิ้ลแชมป์ในฤดูกาล 2009-10

จากนั้นฟาน กัล หวนมาคุมฮอลแลนด์ รอบสองในปี 2012 พาทีมผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลพร้อมนำปรัชญา 3-5-2 โชว์ให้โลกเห็น พาทีมคว้าอันดับ 3

หลังวางมือจากทีมชาติ ฟาน กัล เข้ามารับงานคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยภารกิจใหญ่ในการกอบกู้ “ปีศาจแดง” สู่ความยิ่งใหญ่ เขาทุ่มเงินกว่า 250 ล้านปอนด์ เสริมนักเตะเพียบแต่ทว่าซีซั่นแรก เขาทำผลงานช่วงออกสตาร์ทสุดย่ำแย่ แต่ยังเรียกฟอร์มกลับมาคว้าอันดับ 4 ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกได้ แต่ปีต่อมา ยูไนเต็ดมาแรงขึ้นไปรั้งจ่าฝูงช่วงต้นฤดูกาล แต่เวลาผ่านไป สไตล์การเล่นสุดน่าเบื่อ บวกกับการจัดตัวและเปลี่ยนตัวสุดอินดี้ ทำให้ฟอร์มตกต่ำน่าใจหาย หลุดพื้นที่ท็อปโฟร์ ตกรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก จนเก้าอี้ของฟาน กัล สั่นคลอนอย่างหนัก แต่ฟาน กัล ก็ยังมีเรื่องดีเช่นกัน เขาพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เป็นแชมป์แรกในรอบ 3 ปี ปั้นดาวรุ่งขึ้นสู่ชุดใหญ่ อย่างมาร์คัส แรชฟอร์ด แต่สุดท้าย เขาก็ถูกปลดในช่วงจบฤดูกาล

ปี 2016 กับ 16 รางวัลของ “CR7”

    ปฏิเสธไม่ได้ว่าในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา คือปีของซูเปอร์สตาร์ดาวยิงอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ประสบความสำเร็จมากมายกับทั้งระดับสโมสรอย่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด และ ทีมชาติโปรตุเกส และนั่นทำให้เขาได้รับรางวัลอย่างไม่ขาดสายตลอดปี มาดูกันว่า ตลอดปี 2016 โรนัลโด้ คว้ารางวัลใดมาบ้าง

รางวัลแรก เดอะ เบสต์ ฟีฟ่า สาขานักฟุตบอลชายยอดเยี่ยม เป็นรางวัลใหม่ที่ฟีฟ่า จัดตั้งขึ้น หลังแยกตัวกับรางวัลบัลลงดอร์ โดยเขาเบียดชนะคู่แข่งสำคัญทั้ง ลิโอเนล เมสซี่ และอองตวน กรีซมันน์ มาได้

สอง นักกีฬาชายแห่งทวีปยุโรปยอดเยี่ยม รางวัลนี้จัดตั้งโดยองค์กรสื่อมวลชนกว่า 26 ประเทศในยุโรป โดยโรนัลโด้ เอาชนะแอนดี้ เมอร์เรย์ นักเทนนิสมือหนึ่งโลก และ คาทินก้า ฮอสส์ซู นักว่ายน้ำสาวชาวฮังการี เจ้าของสามเหรียญทองโอลิมปิก

สาม รางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมแห่งปี ของ ยูโรสปอร์ต สื่อชื่อดัง โดยโรนัลโด้ มาวินเหนือยูเซน โบลต์ ยอดนักวิ่งชาวจาเมก้า และไมเคิล เฟลป์ส ฉลามหนุ่มชาวสหรัฐฯ

สี่ ดาวซัลโวสูงสุดของสถาบัน IFHHS เจ้าพ่อด้านสถิติฟุตบอล ที่มอบรางวัลจากผลงานที่โรนัลโด้ ยิงได้มากกว่าใครในหนึ่งปีปฏิทิน (13 ประตูกับโปรตุเกส และ 11 ประตูกับเรอัล มาดริด)

ห้านักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งของโกลบ ซ็อกเกอร์ (Globe Soccer) อีกหนึ่งสถาบันที่มอบรางวัลแด่โรนัลโด้ เป็นครั้งที่สี่ของเขาด้วย

หก ลูกบอลทองคำประจำรายการ ชิงแชมป์สโมสรโลก 2016 จากผลงานยิงถึง 4 ประตู พาทีมคว้าแชมป์ โดยเขาจัดแฮตทริกในรอบชิงชนะเลิศ ที่ชนะ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส 4-2 ด้วย

เจ็ด บัลลงดอร์ 2016 แม้จะแยกตัวจากฟีฟ่ามาแล้ว แต่รางวัลลูกบอลทองคำประจำปีล่าสุด ตกเป็นของโรนัลโด้ ตามความคาดหมาย

แปด นักฟุตบอลอันดับหนึ่งโลก โดยนิตยสารโฟร์โฟร์ทู รางวัลประจำของนิตยสารฟุตบอลชื่อดัง ที่จัด 100 อันดับพ่อค้าแข้งที่ดีที่สุดประจำทุกปี และครั้งนี้โรนัลโด้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง เหนือเมสซี่ได้

เก้า นักเตะยอดเยี่ยมแห่งของนิตยสาร เวิลด์ ซ็อกเกอร์ อีกหนึ่งเจ้าที่มอบรางวัลแห่งปี และโรนัลโด้ก็คว้ารางวัลนี้เป็นหนที่ 4 ต่อจากปี 2008, 2013 และ 2014

สิบ นักเตะยอดเยี่ยมของยูฟ่า ฤดูกาล 2015-16 การได้ชูถ้วยใหญ่ทั้ง 2 ถ้วยอย่าง แชมเปี้ยนส์ ลีก กับเรอัล มาดริด และยูโร 2016 กับโปรตุเกส ทำให้โรนัลโด้คว้ารางวัลนี้แบบไร้ข้อกังขาใดๆ

แมนฯยู คลั่งพังประตู วีแกน เข้ารอบFA Cup

   

   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเปิดสนาม โอลดแทรฟฟอร์ด เจอกับ วีแกน เพื่อนเกืที่คุ้นเคยหลังจากลงไปเล่นลีกรอง กลับมาดวลกันอีกครั้งในรายการ FACup เกมนี้จะเห็นได้ชัดว่า โจเซ่ มูรินโญ่เปลี่ยนแผนใหม่เก็บนักเตะบางรายเพื่อที่จะพักผ่อนเลยทำให้ มคิาร์ยาน เฟลไลนี่ ชไวน์ไตน์เกอร์ ลงสนามเป็นตัวจริง เกมเริ่มขึ้นมามองออกเลยว่าWarren Joyce กุนซือ วีแกนส์ สั่งรลูกทีมตั้งรับ 10 อาศัยเกมสวนกลับ ทำให้ แมนฯยูเป็นฝ่ายครองบอลถึง 70% แต่สวนมากจะอยู่ฝั่งตัวเอง เมื่อต่อบอลเลยกลางสนาม ผู้เล่น วีแกนส์ จะไล่เข้าประกบไวมากทำให้การขึ้นบอลไม่ต่อเนื่อง เกมค่อนข้างที่จะอึดอัดมาก แต่ประตูแรกในเกมนี้ก็เกิดขึ้นจนได้ในช่วงท้ายเกมครึ่งแรกของแมนฯยู

เป็นจังหวะที่ต่อบอลไปมาแล้ว ชไวน์นี่เปิดจาดฝั่งขวาเข้ามาที่เสาสองบอลโด่งลอยกลางอากาศ เฟลไลนี่ หนี คอนโนลลี่ได้เบียดโขกบอลกดลงพื้นเข้าประตูไปปลดล็อกให้ทีมได้สำเร็จ ทำให้ครึ่งหลังเกมเริ่มง่ายขึ้น วีแกนส์ ต้องการประตูทำให้การตั้งรับอย่างเดียวไม่เป็นผลดีแน่ จน คริส สมอลลิ่ง ขึ้นมาแล้วยังไม่ได้ลง มาร์กซิยาลเก็บบอลได้ทางฝั่งซ้าย ตักบอลเข้ามาที่เสาสอง สมอลลิ่ง วิ่งเข้าที่บอลตัดหน้า วอลน็อคโขกบอลสวนไปเสาแรก พาทีมขึ้นนำ 2-0 คราวนี้ยิ่งเล่นยิ่งง่าย ประตู 3มาในนาทีที่ 74 สวนกลับของแมนฯยูมีเพียงแค่ 2คน มคิทาร์บานเลี้ยงเดี่ยวดึงตัวประกบ มาร์กซิยาล วิ่งทำทางขึ้นมาทางฝั่งขวา ถ่ายบอลออกไป ก่อนที่จะเปิดยัดเข้าตรงกลางประตู นัดหมายกับ มคิทาร์ยาน แปลบอลเข้าประตูไปแมนฯยูนำ 3-0 ก่อนที่จะมาปิดท้ายด้วยลูกยิงของกองกลางที่ไม่มีอยู่ในแผนอย่าง บาสเตรียน ชไวน์ไตน์เกอร์ส เริ่มที่ลูกเตะมุม รูนี่ย์ เปิดเข้าตรงกลางประตู อังเดร เอร์เรร่า โขกบอลตั้งให้กับ ชไวน์นี่ ที่หันหลังให้กับประตูแล้วจักรยานอากาศเตะบอลเข้าประตูไปในระยะเปาขนทำให้ประตูนี้ปิดเกมพาแมนฯยูเข้ารอบต่อไปอย่างสง่างาม

หงส์แดงแพ้ 3 รายการ 3 นัดติดคาบ้าน

  อะไรมันจะแย่ขนาดนั้นสำหรับผลงานของ เจอร์เก้นท์ คล็อปป์ ที่พาหงส์แดง ลิเวอร์พูล แพ้คาบ้านเป็นเกมที่ 3ติดต่อกันแล้วเป็น 3รายการอีกเสียด้วย ก่อนหน้านี้ในศึกพรีเมียร์ลีก พบกับ สวอนซี ซิตี้ นับว่าเกมนี้กองหลังไม่ได้เรื่องโดนยิง ลูกก่อนที่จะตีเสมอแล้วโดน จีฟฟี่ ซิคกูสัน ยิงประตูชัย ก่อนที่จะมาเล่นในรายการ EFL Cup  พบกับเซาแธมป์ตันเป็นนัดที่ 2 ก็แพ้0-1 ทำให้ตกรอบบอลถ้วยรายการแรก ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อวันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2560 FA Cup เล่นในบ้านอีกครั้งพวกเขาพบกับทีมรุ่นน้องอย่าง วูลฟ์ หน้าเก่าที่ตกไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพเกมนี้คล็อปป์ก็ไม่สามารถเสียศรัทธากลับมาได้อีกก็ต้องพ่ายแพ้ไปตามระเบียบแล้วพลาดโอกาสในบอลถ้วยรายการสุดท้าย

ในเกมนี้เกมรับยังมีปัญหาเช่นเคย เพียงแค่53 วินาทีเท่านั้น วูลฟ์ได้ลูกตั้งเตะจากฝั่งขวา Hélder Costa เปิดยาวเข้าไปบอลโค้งไปถึงเสาสองRichard Stearmanกองหลังของทีมวิ่งตามบอลไปแล้วไม่มีใครประกบโขกบอลลงพื้นบอลตรงกรอบเข้าประตูไป คาริอุส ปัดไม่โดนเป็นประตูที่ไวมากในเกมนี้ จากนั้น ลิเวอร์พูล ช็อตไปดื้อขึ้นเกมก็ไม่ได้โอกาสยิงเยอะแต่ไม่มีตรงกรอบเลย จนก่อนหมดเวลาครึ่งแรกเกมสวนกลับของ วูลฟ์ที่สวนกลับมาอันตรายกองหลังลิเวอร์พูล ลงไม่ทันฝั่งซ้ายโล่ง Hélder Costaเ ลี้ยงหลบโมเรโน่มาก่อนที่จะส่งให้กับ Andreas Weimann ที่เติมขึ้นมาจับบอลหลบ คาริอุส ก่อนที่จะยิงเข้าไปสบายๆ พาทีมขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 0-2 เจ้าบ้านเดือดขึ้นเกมเป็นชุดในครึ่งหลังแต่ประตูตีไข่แตกมาช่วงท้ายเกมนาทีที่ 86 เป็นการเปิดมุมเข้ามาแล้วบอลเคีลยร์ไมท่ออกมาถึง สเตอร์ริดจ์ โขกบอลมาที่เสาสองให้กับ ดิว็อค โอริกี้ โขกจ่อทำประตูเป็น 1-2 แต่เวลาน้อยเกินไปทำให้ไม่พอที่จะตีเสมอจบเกม ลิเวอร์พูล ตกรอบไปอย่างน่าอาย แพ้ 3เกมติด

เชลซี สดกดไม่ยั้ง เบรนฟอร์ดรับสภาพ

 

  

   ยังเป็นทีมที่น่ากลัวต่อเนื่องสำหรับการคุมทีมของ อันโตนิโอ กอนเต้ กุนซือชาวอิตาเลี่ยน ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเชลซีได้อย่างสวยงามในเกม FA Cup ที่เจอกับ เบรนฟอร์ดทีมจากแชมเปี้ยนชิพ ด้วยทีมที่รองบ่อนอยู่แล้วบอกเลยว่าเกมนี้สู้ไม่ได้แม้แต่น้อย เกมรุกเป็นฝ่ายของเชลซีอยู่ทีมเดียวที่ยิงไปรวมๆแล้ว 22 ครั้งแล้วเป็นประตู 4ลูก ในทางด้านของ เบรนฟอร์ด อาศัยจังหวะที่สวนกลับและผิดพลาดตรงกลางสนามของเชลซีมีอาสยิงเพียงแค่ 6ครั้งเท่านั้นแต่ไม่เป็นประตู ทีมจากแชมเปี้ยนชิพนับว่ามาในระบบตั้งรับแต่ว่าแผยแตกโดนเชลซีพังกำแพงถล่มยิงแบบบุฟเฟ่(ยิงไม่อั้น) ตั้งเกมรุกบุกใส่ตลอด 90 นาที

จนประตูแรกมาในนาทีที่ 14 เป็นจังหวะฟรีคิกของ วิลเลี่ยน วิ่งไปซัดบอลด้วยขวาบอลโค้งอ้อมกำแพงเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ตามมาด้วยประตูที่ 2 อีก 7นาทีของ เปโดร โรดดิเกวซ ที่สอดขึ้นมาแล้วซัดด้วยขวาบอลเลียดเข้าเสาแรกไป เบนส์ลี่ย์ผู้รักษาประตูของเบรนฟอร์ดล้มตัวรับไม่ทันเป็นประตู 2-0 จนเงียบยาวถึงครึ่งหลัง เชลซีบุกอยู่ฝ่ายเดียวทีมเยือนไม่มีอะไรจะเสียก็เปิดเกมเข้าใส่ทำให้ช่องมากขึ้นโอกาสเยอะขึ้นจนประตูที่ 3 เกิดในนาทีที่ 69 การสอดของ อิวาโนวิช ทางฝั่งขวามีพื้นที่บอลมาถึงเท้าขวาซัดเข้าไปเป็นประตูทั้ง 3 ลูกนี้เกิดจากการยืนผิดตำแหน่งของผู้รักษาประตูที่เปิดช่องมากเกินไป ประตูที่4 จุดโทษเกมนี้ บาสชัวยี่ได้รับหน้าที่นี้เล่นดีมาตลอดทั้งเกมแต่มายิงประตูได้จากจุดโทษซัดเข้าหน้าต่างทางฝั่งซ้ายมือเป็นประตูปิดท้ายในเกมนี้ให้เชลซีถล่ม เบรนฟอร์ดไป 4-0 เก็บคลีนชีตเข้ารอบต่อไปอย่างสวยงาม